---
title: "ผลักดันธุรกิจสู่ตลาดระดับโลก เริ่มจาก 0 สู่ 100,000 ล้าน ต้องกล้าแหกกฎ! I Just Curious EP.13"
source_url: https://www.youtube.com/watch?v=s4jQdtgzu7Y
captured_at: 2025-07-26
author: "LifeDot"
contributor: "ชิดชนก"
platform: youtube
---
# ผลักดันธุรกิจสู่ตลาดระดับโลก เริ่มจาก 0 สู่ 100,000 ล้าน ต้องกล้าแหกกฎ! I Just Curious EP.13

youtube video by **LifeDot**, 54m30s, uploaded 2025-02-04. URL: https://www.youtube.com/watch?v=s4jQdtgzu7Y
Tags: LIFE DOT, LifeDot, Justcurious, Just Curious, โจ้ ธนา, คุยกับบูม, Boom tharis, BoomTharis, OnthewaywithChom, On the way with Chom, ชมพู่ อารยา, ชมพู่, รายการชมพู่, ชมพู่อารยา, โจ้ธนา, รายการธุรกิจ, Tuck Talk, Tucktalk, ตั๊กมยุรา, ตั๊ก มยุรา, มยุรา เศวตศิลา, ธนา เธียรอัจฉริยะ, บูม ธริศร, WHA, จูน จรีพร, ธุรกิจ, SME, ทำธุรกิจ, เทรนด์ธุรกิจ

## Shared in LINE Note+
- 2025-07-26 16:42 by ชิดชนก — nearby chat: ประเด็น ที่เราลดราคาปุ๋ย ไปเยอะมาก กระสอบละ 60 บาท เดือน 7 มี 10 แถม 1 แต่ยอดก็ไม่ได้เติบโตขึ้น เดือนนี้ 1,544 กระสอบ จากปีที่แล้ว 2,112 กระสอบ หายไป 568 กระสอบ  * จึงขอให้พิจารณา incentive ของสาขาตามเดิม โดยจะยังคงพยายามกระตุ้นกิจกรรมต่างๆให้มากขึ้น ทั้งในส่วนติดสาขา และ แม่ทีม Expire | Stickers

## Description
ผลักดันธุรกิจสู่ตลาดระดับโลก เริ่มจาก 0 สู่ 100,000 ล้าน ต้องกล้าแหกกฎ! I Just Curious EP.13

“จูน จรีพร” แนวคิด 100,000 ล้าน มองเทรนด์ให้ขาดแล้ววางกลยุทธ์ ผลักดัน WHA สู่ระดับโลก! อยากสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งอย่ายืมมือใครทำ ผู้นำต้องรู้ทุกกระบวนการ เริ่มลงทุนอย่าเพิ่งมองหากำไร? แนวคิดแบบไหนทำให้ธุรกิจไปไม่รอด?

00:00 Highlight 
03:41  จาก 0 สู่ 100,000 ล้าน
17:07  เริ่มลงทุนอย่าเพิ่งมองหากำไร?
19:09  ผลักดัน WHA สู่ระดับโลก!
20:45 เปลี่ยนธุรกิจขายของให้ราชการ
29:04  มองเทรนด์ให้ขาดแล้ววางกลยุทธ์
36:39  แนวคิดแบบไหนทำให้ธุรกิจไปไม่รอด?
41:03  นโยบายในฝันของภาครัฐ
47:11  สรุป

#Justcurious #LifeDot #โจ้ธนา #จูนจรีพร #WHA

## Transcript (captions:auto:th-orig)
พี่ไปตัวต่างจังหวัดจังหวัดบุรีรัมย์สมัย ก่อนบุรีรัมย์มีใครรู้จักไม่มีใครรู้จัก ถามว่าบ้านพี่เริ่มจากมีเงินรือเปล่าพี่ ก็บอกแล้วพ่อพี่โดน โกงพี่ต้องเรียนอย่างงี้นะคะว่าของพี่ไม่ มีคำว่า work Life Balance ของพี่คือ work Life purpose ถ้าพี่ต้องถูกครอบ ด้วยกฎระเบียบนี่นหรืออะไรที่มันจำกัด ความคิดพี่ว่าพี่ต้องทำทำตามโปรโตคอลแบบ นี้แบบนี้อันนั้นน่ะพี่จะอยู่ไม่ได้ส่วน ใหญ่บริษัทที่ไม่รอดอ่ะที่พี่จูนเห็น mindset เคือไงคือคิดว่าต้องมีคนอื่นมา ช่วยคือบ่นบ่นบทุกเรื่องอ่ะก็ได้กำไรหมด ถ้าคุณเสียเวลาบ่นไปแล้วคุณจะมีเวลาทำงาน อย่าบ่นอย่าร้องขออย่าอะไรต้องเข้าใจ เรื่องนี้ให้ได้ตอนนี้มันมีเทรน์เกิดขึ้น เต็มไปหมดเลยถ้าถ้าสมมุติผมย้อนกลับไปว่า เป็นจรีพรสมัยมีเงินล้านนึงอ่ะพี่จะ กระโดดเข้าเทรนไหนถามให้พี่ถอดใจนะพี่ถอด ใจไม่ได้หรอกพี่พูดไปเฟังบ้างไม่ฟังบ้าง แต่พี่บอกว่าสิ่งที่พี่คิดเรื่องเดียวคือ พี่ไม่เคยพูดเพื่อตัวเองอีกกี่รัฐบาลพี่ จะพูดจนพี่หมดแรงพี่เห็นทั่วโลกพี่เห็น ต่างชาติพี่เห็นสิ่งที่มันเข้ามาในประเทศ ไทยถ้าเกิดให้พี่นิ่งๆพี่จะรู้สึกผิดอกับ ตัวเองมากๆว่าพี่รู้แต่พี่ไม่พูดอะไร เพื่อชาติด้ว เลยเทปนี้สำหรับน้องๆที่อาจจะกำลังรู้สึก ท้อถอยยากลำบากแล้วก็จะต้องเจอกับการแข่ง ันที่สูงมากๆเจอเ่อสภาพแวดล้อมเทคโนโลยี ที่เปลี่ยนไปเร็วมากตัวเองก็ไม่ได้มีทุน ไม่ได้มี Connection ไม่รู้จะเริ่มต้นยัง ไงจะประสบความสำเร็จได้ยังไงนะครับผมนึก ถึงบุคคลคนนึงที่น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดี กับน้องๆได้เป็นแรงบันดาลใจแล้วก็เป็นบท เรียนให้น้องน้องๆได้เห็นว่าในความยาก ลำบานั้นก็จะมีคนที่สามารถทำได้อยู่เสมอ นะครับบุคลท่านนี้เอ่อประการแรกคือแทบจะ ไม่มีทุนเลยตอนเริ่มต้นแต่สามารถสร้างตัว เองจากศูนย์จนเป็นปัจจุบันเป็นธุรกิจแสน ล้านภายในชั่วครึ่งอายุคนนะครับแถมเป็น ผู้หญิงซึ่งต้องต่อสู้กับเอ่อสิ่งแวดล้อม ที่ผู้ชายได้เปรียบกว่าเยอะนะครับและแถม ทำธุรกิจที่ตัวเองไม่รู้ด้วยใช้เทรนด์การ อ่านเทรนด์การความมุมานะความขยันแล้วก็ ความไม่ยอมแพ้มี purpose ชัดเจนมากนะครับ ในการทำงานนะครับถ้าเราตัดออกไปเรื่อยๆ เนี่ยเราจะเห็นว่าคนที่ประสบความสำเร็จใน ช่วงอายุคนอาจจะมีหลายคนคนที่จับเทรนด์ ได้อาจจะมีเหลือไม่กี่คนและคนที่เ่อเริ่ม จากศูนยนี่เหลือยิ่งเหลือน้อยมากและถ้า เป็นผู้หญิงด้วยเนี่ยผมคิดว่าเหลือคนคน เดียวเลยที่ชวนมาพูดในวันนี้พี่จูนจรีพร จารุกรสกุลแห่ง W ครับสวัสดีครับพี่จูน ครับสวัสดีค่ะวันนี้ชวนพี่จูนมาคุยตื่น เต้นมากนะครับเพราะผมคิดว่าผมลองนับนิ้ว มือดูถ้าเกิดเริ่มจากคนที่เริ่มจากศูแล้ว ภายในชั่วอายุคนเนี่ยกลายเป็นอาณาจักรแสน ล้านได้แถมเอ่อยังเป็นผู้หญิงซึ่งโตมาใน สิ่งแวดล้อมที่ผู้ชายก็จะถืออำนาจเหนือ กว่าเยอะแล้วทำกิจการที่จริงๆผู้หญิงก็ ไม่ค่อยทำอีกนะพวกสายจิเนียร์เยอะแยะไป หมดนะครับแล้วก็จับเทรนด์เปลี่ยนธุรกิจ ใหม่ๆได้ 4-5 ครั้งเนี่ยผมนับถอย 5 4 3 2 1 จริงๆเหลือคนเดียวผมผมเลยชวนพี่จูน พี่จูองดผมึไม่ออกว่าจะมีใครอีกที่มีครบ ทั้ง 4-5 องค์ประกอบฮะก็เลยจริงๆอ่ะพี่ จูนจะเห็นเทรนเยอะมากในในปัจจุบันเพราะ พี่จูนจะเจอนักลงทุนต่างชาติเยอะที่เห็น เทนเยอะเนี่ยผมไม่คิดว่าเป็นเพราะแค่ทำ ธุรกิจปัจจุบันแต่ผมคิดว่าเป็นเทศจักร ประวัติพี่จูนคือพี่จูนเนี่ยเป็นคนที่ชอบ เรื่องเทรนมาตั้งแต่แรกก็เลยเนี่ยอยากชวน คุยว่าคนที่เห็นเทรนแต่ไม่มีรีสอร์ทอะไร เลยอ่ะมันจะมาถึงปัจจุบันหรือว่าจะจับ เทรนนั้นได้ยังไงก็เลยอยากจะชวนพี่จูนคุย เรื่องเรื่องเรื่องประวัติชีวิตก่อนแหละ นะฮะแล้วเดี๋ยวจะถามหลังจากนั้นว่าตอนนี้ พี่จูนเห็นอะไรนะครับก่อนที่จะพี่จูนจะมี อาณาจักรขนาดเนี้ยพี่จูนเริ่มจากอะไรแล้ว ครับเริ่มเริ่มจุดเริ่มต้นจริงๆเลยพี่ว่า ต้องเริ่มต้นจริงๆเริ่มตั้งแต่ตอนพี่เด็ก เลยดีกว่าคือตอนที่พี่ 10 ขวบพี่ก็เริ่ม คิดแล้วว่าพี่อยากเป็นเจ้าของธุรกิจอ่า พี่อยากจะทำธุรกิจนี่คือสิ่งที่พี่คิดมา ตลอดเลยนะคะเพราะพี่ไม่ชอบงานประจำและ นิสัยพี่พี่ก็ไม่ชอบทำอะไรตามใครแล้วพี่ ก็ไม่ชอบให้ใครมากำหนดชีวิตพี่ทั้งนั้น งั้นพี่เลยคิดว่าสิ่งที่พี่จะไปถึงความ สุขของพี่ได้ในอนาเขาก็คือพี่ต้องสร้าง ซึ่งสุแแสเพราะสมัยณณยุคนั้นคือคนอยาก เป็นข้าราชการอยากทำงานบริษัทใหญ่ๆจีใช่ ใช่ค่ะคือตอนยุคนั้นคืออาชีพหลักั้นพี่ก็ ต้องเรียนตรงๆอ่ะหมอตำรวจพยาบาลครู อาจารย์รับราชการตอนนั้นราชการอูแข็งมาก นะคะแต่พี่ก็มานั่งถามตัวพี่เองแล้วพี่ก็ นั่งมองถ้าเกิดว่าพี่ต้องทำงานแบบนี้ไป เรื่อยๆขึ้นมางานนั้นดีนะคะแต่นิสัยพี่ อ่ะไม่ค่อยเหมาะคือเวลาจะทำอะไรพี่ก็ดู นิสัยพี่เป็นหลักด้วยว่าพี่นิสัยพี่เหมาะ กับอย่างงั้นมั้ยหรือตามกฎระเบียบนี่คือ เป็นปัญหากับชีวิตพี่ที่สุดถ้าพี่ต้องทำ อะไรถูกครอบด้วยกฎระเบียบนี่น่ะพี่จะทน ไม่ได้อยู่ไม่ได้หรืออะไรที่มันจำกัดความ คิดพี่ว่าพี่ต้องทำทำตามโปรโตคอลแบบนี้ แบบนี้อันนั้นน่ะพี่จะอยู่ไม่ได้พี่ต้อง สร้างโลกของพี่เองแล้วพี่ก็ต้องการดึงคน ที่คิดเหมือนพี่อะไรเหมือนพี่เนี่ยมาอยู่ ด้วยกันตรงนั้นขึ้นมานี่คือจุดเริ่มต้น ตอนที่พี่ 10 ขวบเลยขึ้นมาค่ะแต่ตอนนั้น พี่ก็ไม่ได้มีอะไรเลยก็เป็นเด็กธรรมดาโอ พี่เเด็กอยู่ต่างจังหวัดด้วยพี่เกิด กรุงเทพฯก็จริงแต่ตอนนั้นน่ะเอ่อที่บ้าน พี่ย้ายไปต่างจังหวัดนะคะก็ต้องเรียนว่า เอ่อพ่อพี่ทำธุรกิจเ่อล้มเหลวแล้วกันก็ เลยต้องย้ายไปตั้งต้นที่ต่างจังหวัดที่ บุรีรัมย์โดยพี่ก็ไม่ได้รู้จักใครเราไม่ ได้มีญาติอะไรอยู่ที่นู่นเลยก็คือจุด เริ่มต้นก็ไปเรียนทางด้านตัวอนุบาลที่ นั่นด้วยซ้ำไปนะฮะแล้วก็จนกระทั่งตบมัธยม ไปตอนนั้นนะแล้วพี่ก็ Entrance เข้า มหาวิลัยมหิดลพอเมหิดลใช่มั้ยคะมันก็เลย เรียเรียนพื้นฐานเรื่องสายวิทซึ่งเป็น สิ่งที่พี่ชอบอยู่แล้วเพราะพี่คิดว่าทุก อย่างต้องเริ่มต้นจากวิทยาศาสตร์แลความ ที่ว่าพี่เป็นคนเก่งเรื่องคำนวณเกิด เรื่องวิทยาศาสตร์เรื่องฟิสิกส์อะไรแบบ นี้ขึ้นมาเนี่ยพี่ไม่ช่ยเก่งเรื่องการ ท่องจำอะไรอย่างงั้นเลยขมาเราก็ต้องดูว่า เราเหมาะกับเรื่องอะไรพี่ก็เลยเข้าเรื่อง สายบิเรียงคณะสาสุขมหิดลก็ต่อยอดไปเรื่อย ๆจนกระทั่งจบมาก็ไปอยู่บริษัทยาแต่ถามว่า บริษัทยาเนี่ยมันเกี่ยวกับที่พี่เรียนมา มั้ยไม่ได้เกี่ยวกับที่พี่เรียนมาเลยแต่ ว่าพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์มันสามารถ adop ได้หมดขึ้นมาตอนนั้นพี่เป็นอะไรครับเป็น ดีเทลยางจะเห็นชีวิตพี่มีการเปลี่ยนตลอด จบทางด้านกไปเรียนทางด้าสาธาสุขเรียนทาง ด้านตัวเค้าเรียกว่าสาขาที่พี่เรียนเนี่ย เป็นเรื่องอาชีวะอนามัยและความปลอดภัย ต้องไปสายฟิวโรงงานไปดูเรื่องความปลอดภัย ของคนในโรงงานแต่แต่พี่ไปอยู่บริษัทยา เป็นเป็นผู้แทนยาผู้แทนยาซึ่งจริงๆก็ ชีวิตก็โอเคนะผู้แทนยามันก็น่าจะโอเคราย ได้ดีคือรายได้เงินเดือนน้อยนะคะแต่ว่า พี่ขายเก่งพี่ก็ได้คอมมิชั่นเยอะ incentive เยอะขึ้นมาชีวิตก็น่าจะโอเค ใช่มั้ยคะระหว่างที่พี่เรียนเนี่ยแต่แต่ ที่บอกพี่อยากจะเปิดธุรกิจเปิดบริษัทตัว เองระหว่างเรียนตอนนั้นน่ะพี่ก็ไปเรียน mba ตอนกลางคืนละเรียนพระค่ำเสร็จแล้วพอ จบ mba เสร็จพี่ก็ลาออกจากงานไปเปิด บริษัทแรกด้วยเงินตั้งต้นที่เปิดบริษัท แรกเป็น Trading Company ด้วยเงิน 1 ล้านบาทซึ่งอันเนี้ยพี่จุนเคยเล่าบอกว่า พี่จูนเห็นเทรนด์เออเนี่ยผมจะใช้คำว่า เทรนด์บ่อยเพราะว่าพี่จูนเป็นมนุษย์ที่ มองเทรนด์ก่อนอย่างอื่นเลยมีตังค์หรือ เปล่าไม่รู้แต่เห็นเทรนแล้วะต้องจับให้ ได้ตอนนั้นเทรนคืออะไรฮะนณตอนนั้นอืพี่ มองหลายอย่างมากคือการที่บอกพี่จะไปเปิด บริษัทขึ้นมาจะทำอะไรจะขายอะไรจะทำทำโรง งานได้มั้ยทำไม่ได้แน่นอน 1 ไม่มีความรู้ เรื่องผลิต 2 ไม่มีเงินอืใช่มั้ย 3 ไม่มี คนไอ้ 3 เรื่องนี้สำคัญมากพี่มองว่าอ่ะ พี่มีความจุดเด่นพี่คืออะไรเรื่องการขาย ใช่มั้ยคิดว่าเออเรื่องการยเรื่องการเปิด บริษัท Trading ดีกว่าแต่เดิอะไรล่ะมันก็ มีให้เห็นเยอะแยะมากมายพี่กลับมองคามภาพค บ้านตัวพลาสติกเพราะนี้ย้อนกลับไปเรื่อง ปี 2536 นะฮะ 30 กว่าปีก่อนสิใช่มั้ยคะ ไอ้ตรงนั้นน่ะพี่ก็มองว่าเทรนด์ของ พลาสติกกำลังจะมาในอนาคตพี่ี่มองจากอะไร ตอนตอนนั้นเราดูจากอย่างงี้ค่ะประเทศไทย เริ่ไเจอเจอไอ้กาสธรมมชาติเกิดเอาไทเกิด กลุ่มปีโตเค็มขึ้นมาแล้วโชตโชงชชวาโชว โช่งชาชวาอะไรตอนั้นขึ้นมาเกิดปีโตเค็ม ขึ้นมาแล้วเมื่อก่อนคอร์สของด้านพลาสติก เราสูงเพราะต้นทุนเอ่อของเราส่วนมากเป็น การนำเข้าสไอ้พักเราคือนำเข้าหมดใช่มั้ย คะแล้วพี่พี่ก็มองอย่างงี้พี่มอง เปอร์เซ็นพี่ชอบดูประเทศที่เจอเลยแล้วว่า ก็เป็นอะไรพี่ก็บอกเออไอ้ตัวพลาสติกเย consumption per H ของคนไทยยังน้อยมาก เทียบกับอเมริกาพี่ก็ดูประเทศที่คอนซูม สูงสุดเออเมริกางั้นมันจะเกิดอะไรขึ้นพี่ บอกว่าเทรนก็ง่ายมากเลยมันก็ต้องไปไปตาม ตรงนั้นถูกมั้คะแล้วพอเราเกิดช่วงชชวาน ต้นทุนพลาสติกมันจะต้องถูกลงพอพลาสติกถูก ลงแปลว่าอะไรคะทางด้านตัว suly S มัน เริ่มโอเคดีนก็จะเริ่มเกิดพี่มองเอออัน นี้เป็นเรื่องที่ดีที่จะมาทำทางด้านตัว Trading ทางด้านตัวพลาสติกพอเป็นเรื่อง ใหม่ๆคู่แข่งก็จะน้อยอืถูกมั้ยคะถ้าเป็น เรื่องเก่าๆที่ทำอะไรต่างๆขึ้นมาเนี่ยโอ คู่แข่งก็อยู่ในนั้นเพียบหมดเลยใช่มั้ยคะ แล้วไปแข่งขันกับเรื่องอะไรคะ pricing เพอไอ้เรื่อง pricing นี้มันก็ไม่สนุก แล้วลดราคาแข็งกันหรืออะไรแข่งกันพี่มอง ว่าเออพลาสติกน่าจะโตพี่ถึงมาทางด้านตาม Trading Company ที่ทำเรื่อง Plastic product นี่คือเทรนดที่เรามองเนี่ยนะแต่ ตอนนั้นแต่แต่คนที่มองเทรนก็ส่วนหนึ่งนะ พี่แต่ตอนนั้นพี่ก็เรียกว่าทุนจดทะเบียน เท่าไหร่พี่เปิดบริษัทแรก 1 ล้านบาทค่ะ 1 ล้านแต่พี่โรคพลาสติกมันใหญ่มากคือคนปกติ ก็จะไม่กล้าลุยไอ้เมกาเทรนแบบเนี้ยแต่พี่ จูนไม่ได้ไม่ได้คิดแบบนั้นใชไม่ค่ะพี่พี่ มองว่าโอเคโลกคือเหมือนมันมันคือความหลาก หลายมากพลาสติกมันเยอะคุณจะทำพลาสติกอะไร พี่ก็มองว่าพลาสติกอะไรที่มันจะโตในอนาคต พี่มองเทรนในด้านตัว Industry แล้วความ ที่พื้นฐานพี่ที่บอกว่าพี่เรียนทางด้าน ตัวสาธารสุขแต่ไอ้วิชาที่ที่พี่เรียนสาขา คือเรื่อง Safety environment ทางด้าน ตัว Safety มันคือ Field ในโรงงานพี่ก็ เข้าโรงงานเมื่อก่อนพี่ตรวจพี่เข้าโรงงาน ตรวจโรงงานอะไรประจำเพราะเมื่อก่อนไอเรา มองภาพเเรียกว่าอะไรนะไอทางด้านเสงอ่าตัว Chemical เมื่อก่อนเราใช้ถังไฟเบอร์แกส ต่างๆพี่ก็มองเป็นพลาสติกเป็น Chemical Tank หรือต่างๆหรือกระทั่งไอไอ้ตัวสำคัญ ที่ทำให้เกิดชียกุ๊ปเนี่ยคือทางด้านตัว ไอ้ตัวพาเลตพลาสติพาเลตขึ้นมาอแต่พี่ก็ ไม่ได้ไม่ได้มีความรู้เรื่องพลาสติกมา ก่อนใชใช้วิธีไงถึงถึงคือไอ้ตอนนั้นก็คือ ว่าพี่เกิดว่าพี่คิดเรื่องพลาสติกขึ้นมา พี่ต้องหาทางด้านตัวบริษัทที่ผลิตขึ้นมา ใช่มั้ยคะตอนนั้นพี่ไปงานไปไปที่บ้านของ ของญาติพี่แล้วเเเพิ่งไปงานเปิดโรงงาน พลาสติกขึ้นมาพี่เห็นแคตาลอกเสร็จพี่ว่า อันนี้คือสิ่งที่กำลังตามหาอยู่ไ produc แบบนี้พี่ก็เลยติดต่อไปยังบริษัทนี้ว่า พี่จะขอเป็นทางด้านตัวแทเป็นตัวแทน จำหน่ายให้ตอนนั้นเขาก็ให้พี่เป็นตัวแทน ของตัวแทนนะคะคือโรงงานใหญ่ก็จะมีตัวแทน ที่เป็นตัวแทนหลักเอเจนต์หลักของเขาพี่ ซื้อตากเอเจนเขอีกทีนึงแต่อย่างที่พี่บอก แล้วความที่พี่เข้าใจเรื่อง produc ตอน แรกพี่มาหยิบ produc อ่านพี่ก็ถามข้อมูล ไปอะไรไปคนที่เขติดต่อพี่ตอบอะไรพี่ก็ไม่ ได้เลยพี่บอกว่าเออถ้าคุณตอบไม่ได้ว่าไอ้ ดักของคุณดีกว่าคู่แข่งยังไงไอ้พลาสติก ตัวนี้คือพลาสติกมันมีหลายชนิดมากใช่มั้ย คะมันมี pspp PE ll DP hdp อย่าง เงี้ยถ้าเกิดว่าตอบพี่ไม่ได้แล้วพี่จะไป ขาย produc ได้ยังไงพี่ก็แก็ความเรียน พื้นฐานวิทยาศาสตร์มาพี่ก็เอาเคมีหลัก สูตรเคมีมาอ่านเลยมันก็คือไฮโดรคาร์บอน อ่าหนังสือเคมีเอเอาเคมีมาอ่านเลย การ่อโงสงโกะอ่ากันยังไมันไโครสงโุเข้าใ ถึงหลักพื้นฐานครงสงโลกุลหมดเราเข้าใจ แล้วพลาสติกแต่ละชนิดเนี่ยมันก็มี qualification ไม่เหมือนกันการเลือกใช้ produc ออกมาเนี่ยก็ไม่เหมือนกันใช่ไหคะ บางชนิดเต้องการเป็น hen อะไขึ้นมาบางที ต้องการเป็นโเพต้องการความยืดของพลาสติก บางทต้องการ Strength มันไม่เหมือนกันถัด มาระบบการผลิตพลาสติกมันมีกี่ชนิดมันมี eing หรือทางด้านตัวเนี่ยไอ้โมก็มีอ๋อ เข้าใจพอเราเข้าใจเสร็จปุ๊บเวลาพี่ไปหา ลูกค้าพี่ไม่ได้บอกลูกค้าว่าพี่มีอันนี้ คุณจะซื้อพี่มั้ยพี่ไปดูเ้าต้องการักอะไร ที่เคยังไม่มีแล้วเอยากได้อไอ้ตรงนั้นคือ หัวใจทำให้พี่สามารถขายชนะเจหลักราทั้ง ที่ราคาต้นทุนพี่สูงกว่าพี่กลับขายชนะเจ หลักของโรงงานสุดท้ายพี่ก็กลายเป็นเจน หลักของโรงงานคราวนี้พี่ก็ติดปีกละเพราะ ว่า 1 ต้นทุนมันถูกลงทันที 2 มันมีเครดิต เทอมคุณอย่าลืมว่าพี่เริ่มต้นจากเงินเงิน ตั้งต้นเอตัวเนี่ยคือ 1 ล้านบาทใช่มั้ยคะ การที่บอกว่าคุณจะมาขายสินค้าหลาย 10 ล้านขึ้นมา้าคุณไม่มีเครดิตเทที่มันยาวพอ คุณก็ไปต่อไม่ได้เนี่ยก็คือจุดที่เราคิด เรื่องแบบนี้ขึ้นมาทีนี้ตอนนั้นพี่ก็จัด ศูนย์กลายเป็นประมาณเรียกว่าเป็น SM แล้ว กันเรียกว่า 1 ไป 10 1 ไป 10 ก่อนครับ พี่ทีนี้เทรนอันต่อมาที่พี่อยู่ดีก็ทิ้ง ไอ้นี่เลยแล้วก็เดินอีกสายนึงคือตอนคือ ระหว่างนั้นน่ะค่ะพี่อย่างที่พี่พี่เรียน ให้ทราบว่าพี่ก็มีทางด้านตัวไอ้ produc ตัวหนึที่ขายเข้าไปในแวร์เฮ้าส์ไอ้ตรงนี้ พี่เริ่มเห็นไงว่าเอ๊ะทำไมแวร์เฮาส์ส เมืองไทยมัน LA Quality มันไม่ตอบจวนมัน ไม่อะไรเลยลูกค้าพี่เองก็มีปัญหามากเลยใน การจัดส่งสินค้านู่นนี่ขึ้นมาพี่เลยเห็น ว่าเอ้อมันน่าจะมีอะไรที่มันจะตอบโจทย์ ได้ระหว่างนั้นไอ้คำว่าโลจิสติกก็ผุดเข้า มาในหัวตอนนั้นถามคนว่าโลจิติกแปลว่าอะไร คนก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไรเคิดว่าิิคือขน ส่งจริงๆว่าิิมันเป็นคำใหญ่ transportation คือส่วนนึงส่วนที่สำคัญ มากๆตอนนั้นคือทางด้านตัวแวร์เฮ้าส์หรือ การจัดเก็บตรงนี้นี่แหละค่ะอือเนื่องจาก ว่าตอนนั้นเราพูดถึงน้ำมันลิตร์ละ 8 บาท นะคะถ้าน้ำมันลิตร์ละ 8 บาทเพราะพี่ study ในเนทั้งหมดเลยไอ้ตัวแฮหรือการท่านการผาร จัดการคลังสินค้าเนี่ยนะคะมันกลายเป็น คอร์สถึง 2 ในใน 3 ของเนทั้งหมดอืซึ่ง้า ตอนนั้นเราก็บอกว่าเออถ้าคอส 2 2 ใน 3 แล logistic cost 2 GDP เนี่ยนะมันคือ 18% to GDP มันสูงมากออันนี้ก็เหมือน กันค่ะพี่ก็มองไปดูประเทศที่เจริญแล้ว อเมริกาของเขา 99% ออแล้วคุณ 18% ขึ้นมา คุณจะทำการค้าอะไรที่มันจะสามารถแบต้นทุน ตรงนี้มันสูงมากเพี่ก็เลยดูเออนี่น่าสนใจ พี่ก็เลยมามองเรื่องทางด้านตัวไอ้ตัวแฮ คือไอ้ตรงกลางนี่แหละจากแหล่งผลิต ทรานสปอร์ตขนส่งมาตรงกลางต้นขนส่งไป End User ตรงนี้จะลดต้นทุนยังไงเห็นเนมัน ต้องมาแน่นอนเพเต้องมาเพราะว่าพี่ไปดู แล้วตอนนั้นถามว่าคนทำแฮเยอะมั้ยเยอะแต่ เคคว่าโกดังอ่ะมันเป็นทางด้านตัว traditional เป็น Local Standard ซึ่ง พี่ว่ามันไม่ได้ตอบโทยทางด้านตัว Business สมัยใหม่ขึ้นมาพี่ก็เลยมองตรงนี้เป็นหลัก แล้วพี่ก็คุยกับลูกค้าพี่ซึ่งเป็นยักษ์ ใหญ่ด้าน consumer ยักษ์ใหญ่ด้าน distributor นะคุยเลยว่าเอ๊ะไอ้ as aware House ที่คุณมิแบบนี้มันตอบโจทย์ หรือเปล่าก็ไม่ได้ตอบโจทย์หรอกใช่มั้ยคะ บางบริษัทเต้องการใช้พื้นที่ต้องใช้แฮ เป็น 10 แห่งขึ้นมาคุณลองคิดดูไอ้การ กระจายเป็น 10 แห่งไปลว่าคุณต้องมีสต๊อก อยู่กี่ที่ขึ้นมาคนคุณก็ต้องเป็นยังไง แล้วมันจะส่งของกันยังไงเพราะพี่เจอว่า บางทีสั่งของพี่อ่ะอาสั่งให้ไปส่งที่นี่ ถึงเวลาไปส่งจริงๆบอกไม่ใช่ต้องไปส่งที่ นู่นอืออย่างงี้ขึ้นมาแล้วถึงเวเร่งทุก อย่างเร่งตทำไมต้องเร่งขนาดนี้ด้วยเพะถ้า ไม่มีพาเลตของมันลงจากรถขึ้นคลังไม่ได้อ เพราะว่าพอเข้าคลังเสร็จมันต้องจัดเก็บ มันไม่มีการเอาของไปวางบนพาลมันจัดเก็บ ไม่ได้ Operation ก็ชะงักหมดพี่ถึงอ๋อ โอเคก็เริ่มเข้าใจแล้วทำไมต้องใช้คังเยอะ ขนาดนี้ด้วยล่ะก็เพราะว่าสพตอนนั้นน่ะมัน ก็มีแบบนี้แหละเ 3,000 ตรเมต 5,000 ตรเมต ตามคิที่มันแบบว่ายไม่ไม่ยกพื้นด้วยอ Ground for 2 ตันทำให้มันสกได้ 2 ชั้น 3 ชั้นมันก็เลยต้องการใช้แวร์เฮ้าส์กัน เยอะมากคอือแต่ตอนนั้นพี่พี่จูนก็เป็น บริษัทเล็กแต่ฝันเบ้อเริ่มเลยอ่ะคือคือ สเกลมันไม่เท่ากันเหมือนเดิมอีกแล้วคือ ตอนนั้นพี่ตูนมี 1 ล้านจะทำพลาสติกใหญ่ๆ ตอนนั้นอาจจะมีหลัก 10 แต่อยากทำแรเ House น่าจะหลัก 1000 พี่้าพี่ทำได้ยังไงใน เมื่อตัวเองตัวเล็กคือต้องเรียนว่าตอนที่ พี่ทำพลาสติกเนี่ยตอนนั้นยอดขายพี่ตอนไป ตอนปีหลังๆเนี่ย 8-9 ปีหลังยอดขายพี่แตะ 100 ล้านแล้วนะไอ้นี้มันก็มีอะไรมีแช fl บบนในธนาคารให้เห็นละแล้วทางด้านธนาคาร เี่ก็เป็นลูกเ่อพี่ก็เป็นลูกค้าที่ดีของ ธนาคารมาตลอดนะฮะขึ้นมาพี่พี่ไม่เคยมี เครดิตเสียนะคะถัดมาตอนพี่พี่ี่มองทาง ด้านตัวตัวโลจิสติกขึ้นมาโอ้มันต้องใช้ เงินเป็น 1000 ล้านแต่พี่มองอนาคตว่าจะ เป็นอย่างงั้นแต่ความที่พี่ทำเรื่องทาง ด้านตัว Pet พลาสติกลูกค้าพี่ลือคือราย ใหญ่ที่วกันมานานมากเช่นกันก็คือเชื่อถือ แล้วว่าพี่มี credibility สูงขนาดไหนขึ้น มาสิ่งที่รับปะคือทำได้หมดแล้วก็เริ่มคุย กับเค้าแล้วว่า consolidate ม consolidate Warehouse เข้ามามาเป็นตรงกลางมแทนที่จะ ใช้หลายๆที่ขึ้นมาแล้วก็เราเราไม่เรียก ว่า Warehouse แล้วเราเรียกว่า Distribution Center เพ Warehouse มัน คือการจัดเก็บการจัดเก็บคือไม่ได้ need หน้าท่ามากๆมันคือเรื่อง inventory แต่พอ ไทางด้านตัวไอ้ product ตอนนั้นคือ Fast Moving อ่ะ Fast Moving consumer Good M need เรื่องทางด้านตัวการกระจายพี่ บอกว่างก็ต้องเปลี่ยนแบบของทางด้านอาคาร ใหม่ไม่ใช่การจัดเก็บเปลี่ยนให้เป็น Distribution Center เปลี่ยนจากที่เคย เก็บมากๆกลายเป็น invent ให้มันน้อยไม่ ใช่ไปเรียกว่าน้อยว่าอะไรนะ percentage ของ inventory แต่มันกลายเป็นเพิ่มหน้า โหลดภาษาทางด้านตัวิิคือเรียกหน้าโลดิให้ มันเยอะเพื่อสินค้าเข้ามาเสร็จจัดเก็บิ ออกได้ง่ายมากมันทำให้มันมีเกิดการ turnover ของ product ตัวสินค้าได้สูง ขึ้นมามันจะลดต้นทุน logistic cost ลง พี่ก็เริ่มคุยเรื่องนี้ขึ้นมาไปขายโปรเจค เขขายโปรเจคขายคซความคิดประชุมด้วยกันก็ นั่งคุยกันเลยว่าจริงๆแล้ว produc เข้า แบบนี้ต้องการอาคารแบบไหนที่มันตอบโจทย์ Operation ต้องการแบบนี้ต้องเป็นยังไง ขึ้นมาจนทเกิด Concept ตรงนั้นขึ้นมาอนี้ พี่จับลูกใหญ่ับโลค่ะขึ้นมาสัญญามันคือ สัญญายาวพี่เรียกว่า contract เพราะพี่ บอกว่าถ้าเกิดจะให้สร้างอาคารแบบนี้ให้ เช่าเนี่ยมันเป็นอาพารเฉพาะของคุณลูกคน อื่นเขาไม่ได้ใช้เราต้องการความมั่นคง เช่นกันความมั่นคงที่จากลูกค้าคือสัญญา ระยะยาวตอนนั้นได้สัญญามา 15 ปีสัญญา 15 ปีนี่คือห้ามเลิกนะคะถ้าเลิกเมื่อไหร่คือ ปรับหมดเพราะเราต้องลงทุนเป็นพันล้านขึ้น มาเพื่อให้คุณมาเช่าเรา 15 ปีขึ้นมาพี่ เอาสัญญาเเพื่อไปเอาสัญญานี่ค่ะทำให้ แบงค์เชื่อพี่อ๋อพี่ก็เลยสเกลจากตัวเอง หลักหลัก 10 กลายเป็นหลักพันแล้วหลักพัน ตอนนั้นเนี่ยไอ้ธุรกิจเมันใช้เงินเยอะใช้ เงินเยอะถามว่าต้องเรียนตรงๆทำโปรเจคแรก เฮถึงให้แบง์ supp เรามาถึงเงินกู้ระดับ หนึ่งก็ตามเงินก็ยังไม่จบโปรเจคหรอกเพราะ ว่าไอ้ตัว equity เราไม่ได้มีเยอะขนาดพอ ตรงนั้นขึ้นมาสิ่งที่พี่ทำก็คือพี่ต้อง ยอมขายหุ้นของตัวเองบางส่วนให้กับบริษัท ต่างชาติละแต่การขายหุ้นของพี่ไปเนี่ยพี่ ก็เลือกคนที่จะมาซื้อพี่ว่าทางด้านเป็น sanic investor พี่บอกว่าพี่ไม่ได้นทาง ด้าน financial investor อใช่มั้ยคะพี่ ต้องการทางด้านตัวทางด้าน S invest คือ ทำคล้ายๆอาชีพเราเข้าใจใน Business ของ เราเผื่อว่าเราจะมีการ transfer เรื่อง knowledge หรือ transfer เรื่องลูกค้า กันได้ตรงนั้นน่ะค่ะเราก็เลยมีคนติดต่อ เรามาเยอะพี่ก็เลยเลื่องพาร์เนอร์ซึ่ง เป็นทำลิติกเหมือนกันแต่ที่สิงคโปร์ก็มา ถือหุ้นในบริษัทเรา 25% ขึ้นมาตรงนั้น แหละพี่ก็เอาเงินที่ได้มาจากการขายหุ้น มันก็มีพรีเมี่ยมจากหุ้นแล้วพี่มาสร้าง โปรเจกให้จบแล้วพี่ก็ไปสร้างโปรเจคใหม่ ขึ้นมาอันที่ 2 พี่ก็ได้ contract จาก กลุ่มลูกค้าเดิมแต่ว่าเป็น health care ะ health care หมายถึงว่ามันเป็น Control temperature Distribution Center มี Control ภูมิ 22 องศบ - 2 หตลล 20 - เพื่อเก็บทางด้านตัวแซนต่างๆ เช่นกันค่ะคก็ 15 ปี ect นี้ Investment มากกว่าโปรเจคแรกอีกเพราะมันเป็น temperature Control แต่ถัดมามันก็บอก โอเราก็เงินเราก็ไม่จบโปรเจคพี่ก็ต้องยอม ขายหุ้นอีกรอบนึงแต่ขายถึง 49% นะอ่า เพราะว่ามันใช้เงินมากกว่าละขายให้บริษัท listed ที่มาเลเซียพอเราขายตนี้เข้าไป เสร็จปุ๊บเราก็ทำการโปรเจคจบแล้วเอาเงิน ส่วนหนึไปตั้งบริษัทที่ 3 นั่นคือ The Corporation ตอนนี้ไม่มีใครถือหุ้นแล้ว มีแค่พี่กับพี่หมอถือหุกัน 2 คนเออแต่ตอน นั้นเราก็เจอโอกาสใหม่คือ Property Fun อืในนั้นเราก็เราตั้ง Property Fun ในปี 2010 Property Fun สมัยนี้คือ Lead คือทางด้านตัว Real Asset Investment tas ขึ้นมาแต่ตอนนั้นคือว่าก่า Asset เข้ากอง Property fund กำไรที่ได้ส่วด แล้วก็ส่วนหนึ่งแล้วก็เอาไปลงทุนโปรเจค ถัดๆไปแต่ถามว่าตอนนั้นมันก็ทำใจได้ยาก มากบอกว่าเราสร้างของเรามาเกือบตายขาย โปรเจคเข้า Property ฟารเราคิดว่าเราสูญ เสียอำนาจการควบคุมจากถือ 100% กลายเป็น จะถือได้แค่แค่ 15% ถ 20% แต่พี่ก็คิดตอบ ว่าถ้าเกิดว่าพี่ไม่ขายพี่จะมีเงิน invest ต่อมยมันก็ไม่มีถูกมั้ยคะงั้นเราต้องยอม ขายแต่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดของพี่คือไม่ใช่ เงินสิ่งสำคัญที่สุดก็คือลูกค้าของพี่ที่ เขาเชื่อใจเราในการที่เขมาเช่าเราเาต้อง เจอหน้าเราตลอดเวลาเวลามีอะไรเกิดขึ้นไม่ ใชถึงเวลาปุ๊บพี่บอกพี่ขายโปรเจคไปแล้ว เค้าเรียกว่าอะไรนะถึงเวลามีประเด็นขึ้น มาเต้องเจอกับคนอื่นที่ไม่เข้าใจเเลยอื อันนี้คือทัสที่ลูกค้ามีให้เรางั้นพี่บอก ว่าจริงๆมีคนมาติดต่อขอซื้ออซื้อตัว โปรเจคพี่เยอะมากแต่ซื้อขาดพี่บอกพี่ไม่ ยามยอมขายเด็ดขาดพี่บอกอพี่ทำ Property ฟันส่วนพี่ยังถือหุ้นอยู่ในนั้นขึ้นมาถัด มาพี่ยังเป็น Property Manager ก็ยังดู แลลูกค้าของพี่อยู่ถูกมคะคุณเชื่อมไอ้ตอน แรกตอนที่เราจะขายเสร็จเข้าเข้า Property ฟันเนี่ยมันต้องมีการเซ็นคนจากลูกค้าว่า ยอมให้โอนสิทธิ์การเช่าไปให้ทางด้านตัว ตัวกองอลูกค้าพี่ไม่ยอมเซ็นน่ะเราบอกว่า ไปอยู่ในกองเนี่ยมันมีความมั่นคงกว่าตรง ที่ว่าเมื่อก่อนกองไม่มีหนี้เพราะไม่สนใจ เลยว่ามันจะมั่นคงแค่ไหนเสนใจแค่ยพิจุ ต้องบริตวนที่เราเจอยูคือความเป็น WH เป็นยังไงเต้องการอยู่กับชตลอดเวลาเพราะ นี่คือความเชื่อมั่นอเราก็แสดงว่าเรายัง เป็น prop เจอร์เรายังเป็นตรงนี้อยู่ขึ้น มาเนี่ยนี่คือทัที่ลูกค้ามีต่อเราเพราะ ว่ามันอยู่กันรเทอมมากพอเราตั้งก Property ฟันเสร็จในปี 2010 ขึ้นมาเราก็ติดปีกแล้ว ค่ะอติดปีกเพราะว่าเราสามารถลงทุนเพิ่ม ได้โดยที่เราไม่มีประเด็นเรื่องการเงิน อีกละจนกระทั่งในปี 2012 นะฮะเราเริ่มคิด แล้วค่ะว่าเราน่าจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ถาม ว่าทำไมจะเข้าตลาดหลักทรัพย์ทั้งที่พี่มี มีปัญหาเรื่องเงินแล้วพี่กับคุณหมอก็มอง ว่าไอ้ Business ที่เรามานมันมาถูกทาง แล้วมันจะเป็นโตอีกมากในอนาคตแต่เราต้อง ต้องการผู้บริหารมืออาชีพเข้ามาช่วยงาน ช่วยกันในการสร้างบริษัทไม่ใช่แค่เป็น family business ขึ้นมาถ้าเรายังเป็น บริษัทเป็น family business อยู่เนี่ย ถามว่าเราจะเจอเชิญมืออาชีพเข้ามาอยู่กับ เราได้ยังไงเราถึงคิดเอาบริษัทเข้าตลาด หลักทรัพย์ถึงตอนนั้นขึ้นมาเราก็เลยบอก ว่าไอ้ 2 บริษัทแรกที่พี่พูดถึงที่เรามี การขายหุ้นต่างชาติพี่ก็เลยขอซื้อหุ้นคืน มาหมดเลยแล้วก็เอามาอยู่ใต้ The Corporation แล้วพี่กบริษัทเนี่ยเข้า ตลาดหลักทรัพย์ไปในปี 8 November 2012 ตอนนั้น market cap ก็ประมาณ 6,700 ล้าน บาทผมลืมไปเรื่องนึงที่ผมว่าเป็นเป็นเป็น สิ่งที่น่าจะเป็นประโยชน์มากก็คือว่ามี ช่วงเป็นเทรนเล็กซ้อนเทรนใหญ่ของพี่จูน ที่พี่จูนช่วงนึงบอกว่าเฮ้ยต้องไปขาย ราชการละอออใช่อยากรู้ว่าพี่จูนคือชีวิต มันไม่ง่ายเออแต่แต่มันแลกมาซึ่งซึหยัด เงินแรงงานตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นมันเป็น เทรนดเล็กช่วงต่อระหว่างก่อนที่จะมาทำ แวร์เฮาส์เอาางี้เหรอมันพี่ว่ามันจะเกิด การเปลี่ยนแปลงทางด้านเอ่อเรื่องประเทศ ระดับใหญ่คือตอนนั้นมันจะมีการเลือกตั้ง ขึ้นมาเออพอมีการเลือกตั้งขึ้นมาก็ได้ นายกรัฐมนตรีคนนี้ขึ้นมาวันนั้นน่ะเป็น จุดที่พี่คิดในการเปลี่ยนอ่าการทำงานของ บริษัทขึ้นมาหลายๆคนที่เคยฟังพี่เล่าพี่ เป็นคนที่ทำงานตลอดนะคะพี่เป็นไข้วัดใด พี่ก็ยังทำงานพี่ไม่เคยหยุดงานเลยวันนั้น พี่พี่นั่งพี่คิดว่าพี่ต้องใช้สมาธิสูง มากพี่เลยบอกคุณหมอว่าพี่ขอหยุดงาน 1 วัน เพื่อคิดอะไรก่อนอืหมอพ่อก็งงๆแปลกทำงาน ไม่เคยหยุดงานแล้วพี่คิดพี่คิดสาตะเสร็จ ตอนเช้าพี่บอกพี่หมอเราต้องเปลี่ยน เปลี่ยนธุรกิจของเราแล้วจากเดิมขายเอกชน เนี่ยต้องไปขายราชการเพราะพี่บอกว่าเพราะ ว่าเศรษฐกิจประเทศไทยจะมีปัญหาพอมีปัญหาส เอกชนจะแย่มันจะมีหนี้เสียหนี้สูยขึ้นมา สิ่งที่จะไม่มีปัญหาเรื่องหนี้เสียหรือ หนี้สูนคือไถของให้ราชการเพราะไม่มีหนี้ เสียแล้วตอนที่ประเทศมีปัญหารัฐบาลต้อง สเปนเงินเพื่อให้เกิดกระตุ้นเกิดการการ การใช้จ่ายขึ้นมาอมันเปลี่ยนแบบสุดขั้ว เลยมันต้องเปลี่ยนตัวเองยังไงบ้างฮะความ เปลี่ยนจากเริ่มต้นทีมของพี่ที่เป็นขาย เอกชนพี่ก็เคลียร์ทีมทิ้งเลยพี่สร้างทีม ใหม่แต่การจะสร้างทีมใหม่แล้วพี่จะไปบอก ให้ลูกน้องพี่ให้ให้ไปขายราชการได้ไงนึ ว่าพี่ยังไม่รู้เลยขายราชการต้องทำยังไง อืพี่ก็เลยปรึกษาคนที่พี่รู้จักซึ่งเขามี การทำการขายหนังสือให้รัฐบาลให้ราชการ อยู่แล้วลูกค้าคือพวกราชการต่างๆพี่ก็ไป ถามเขาบอกว่าการขายขราชการต้องทำไงบ้างอื อ่าเขคก็อธิบายให้พี่ฟังว่าหลักการขาย ชการจะต้องมีอะไรจะมีการประมูลงานมีนู่น มีนี่เข้าไปสินค้าจะต้องตรงตามที่เขา ประกาศนะอะไรก็ว่ากันไปใช่มั้ยคะพี่ก็มา นั่งคิดแล้วพี่จะขายอะไรให้ให้ราชการล่ะ เออเพราะสิ่งที่พพี่ทำมาเนี่ยมันเป็นทาง ด้าน Industrial เป็น Pet พลาสติกอะไร ขึ้นมาเป็น Chemical แทงเป็นอะไรก็ว่าไป คอนเทนเนอร์แต่พอดีว่าไอ้ก่อนหน้านี้มัน มีักอีก 2 ตัวที่พี่ทำขึ้นมาอันนึงก็คือ เป็นด้านถังขยะพลาสติกอือีกอันนึงคือการ ด้านของเด็กเล่น 20 กว่าปีก่อนเราเริ่ม พูดถึงเรื่องการแยกขยะะตอนนั้นเรามีโครง การตาวิเศษขึ้นมาคุณหญิงชดช้อยอ่ะต้องย ขณะเป็นสีเขียวสีเหลืองสีแดงอะไรแบบนั้น ขึ้นมาพี่ก็เริ่มมองว่าไอ้เทรนพวกนี้มัน ต้องเริ่มจากข้าราชการก่อนถูกมั้ยคะเอกชน น่ะมาทีหลังเพราะเดิมทีพี่บอกเออการแยก ขยะขึ้นมาตอนนั้นมันก็มีถังเหล็กก็ต้อง เอาถังเหล็กมาระบายสีให้เป็นสีเขียว เหลืองแดงอีกอันนึงที่เขาใช้ยคือถังยางรถ ยนตเงี้ยพี่ก็มานั่งมองภาพพี่ว่ามันใช้ งานยากมากเลยพี่เลยคิดเรื่องพลาสติก inject ออกมาให้เป็นพลาสติกเป็นสีๆๆมา เลยขึ้นมาแล้วพลาสติกมันก็มีข้อดีกว่า เหล็กกับยางรถยนต์ตรงที่ว่าเหล็กคุณเห็น ว่ามันถูกๆถูกเใวละ 200-300 บาทเนี่ยใช้ ไป 2-3 เดือนมันก็ทะลุะเพราะว่าไอ้น้ำขยะ มันเป็นกรดเป็นอะไรขึ้นมาเหล็กก็ทะลุขึ้น มาแล้วเกสนิมบาดมือคนงานอะไรก็ว่ากันไป แล้วก็ไม่สวยเลยสกปรกใช่มั้ยคะยางรถยนต์ พอตอนแดดมันร้อนๆขึ้นมาเนี่ยนะยางมันก็ นิ่มหมดพอยกขยะใจไปเทมันก็หกรถหมดอ่ะอัน นี้คือสิ่งที่มองเห็นว่าเออมันมีจุดอ่อน ของไอ้ดักที่เขาใช้กันอยู่จุดแข็งของ พลาสติกมีเยอะกว่ามากข้อที่แพ้อย่างเดียว คือแพงอือ่าใช่มั้ยคะพี่ก็เอออย่างงั้น พี่ก็ลองเอาเรื่องเนี้ยไปติดต่อจังหวัด ใหญ่ๆก่อนเวลาพี่ตีพี่ตีจังหวัดใหญ่ก่อน เพราะพี่บอกว่าเวลาเราจะลุกอะไรลุก จังหวัดใหญ่ที่เขาเป็นต้นแบบได้เพราะพี่ เชื่อว่าลบชการเนี่ยเวลาจังหวัดใหญ่ทำใคร ที่ทำแล้วมัน success ขึ้นมาเนี่ยรอบด้าน ขึ้นมาเนี่ยก็จะตามขึ้นมาละมันเป็นเทรนด น่ะค่ะขึ้นมาแต่ละจังหวัดแต่ละประทพี่มอง เลยภาคนี้อะไรีดภาคนี้อะไรีดแล้วพี่ก็ไป คุยนั้นผู้นำที่เขามีความสนใจเรื่องแต่ พี่จินตนาการเองหมดเลยนะตั้งแต่แรกเลยคือ คือคนไม่กล้าทำแบบเยคือเริ่มจากเฮ้ย อันเนี้ยเทนมันมาแน่นอนเราเริ่มจากไม่รู้ อะไรเลยศึกษาก่อนไปถามก่อนเฮ้ยมันน่าจะ จังหวัดใหญ่แล้วทำมาเลยคือคนไม่กล้าทำแบบ เนี้ยแต่พี่ไม่ได้ขายกระทรวงใหญ่ๆด้วยไม่ ได้ไปรบพราชการคือพี่ตอนนั้นตัวเล็กมาก ด้วยพี่พี่บุกยังไงะคุณลอบบี้ล็อบบี้ กระทรวงคุณต้องกว่าจะคึนเข้าไปถึงเจ้า กระทรวงคุณขึ้นถึงที่ไหนแล้วคุณก็ไม่มี เงินแล้ววุกระทรวงมันเยอะสมมุตินะกว่าจะ ผ่านด่านผ่านไม่ได้พี่เริ่มที่จังหวัด ก่อนระดับโปรวินเนี่ยระดับนายกเทศบาลนายก อบตเงี้ยพี่ยังคุยได้ไงฮะแต่พี่เลือกทาง ด้านแต่ละจังหวัดพี่คุยที่เฮดก่อนพี่ก็ดู ว่าคนไหนที่มีความคิดที่ทันสมัยในการคิด เรื่องแบบนี้ก็ไปที่ตรงนั้นก่อนขึ้นมาไป เองไปต้องไปเองหมดเลยเรื่องตอนนั้นพี่ขับ ได้ได้ขับพี่ขับรถพี่ขับรถเยอมากขับรถ เยอะมาตอนนั้นพี่อายุเพิ่ง 20 ปลายๆใช่ มั้ยคะเพะพี่ตั้งบริษัทแรกพี่ 26 พอทำไป สัก 2-3 ปีมันก็เรมมีปัญหา 28 29 เนี่ย พี่ี่ก็เริ่มต้องต้องเริ่มขับขับขับรถไป ต่างจังหวัดแล้วะพี่ก็ขับรถเองแล้วมีน้อง ผู้หญิงอ่ะนั่งไปข้างๆคนนึงขึ้นมาคือตอน นั้นคือแต่งงานแล้วสามีพี่เค้าก็ไม่ชอบ พี่พค้างต่างจังหวัดแล้วพี่ก็เป็นคนไม่ ชอบค้างโรงแรมต่างจังหวัดสิ่งที่พี่ทำคือ ออกจากบ้านเนี่ย 2:00 นบ้าง 3:00 นบ้าง 4 บ้างแล้วแต่จังหวัดที่เราจะไปไกลแค่ไหนที แรกที่เราไปถึงก็ประมาณ 99:00 นคุณก็เลย นับนับย้อนหลังแล้วกันถ้าต้องทัน 6 ชั่วโมงกูณต้องย้อนเดินทางกี่ชั่วโมงย้อน หลังกลับไป 9:00 นเพราะอะไรเพราะข้า ราชการส่วนมากจะเริ่มงานคือ 99:00 นพอ 99:00 นคือมิตเต้แรกที่ได้เจอแล้วพี่ก็ เลยพี่จะไปไกลที่สุดเพราะว่ามันค่อยๆมา เรื่อยๆไงเข้าใกล้กรุงเทพฯมาเรื่อยๆพอ 16:00 นพี่จบจังหวัดสุดท้ายอย่างเช่นอจบ ที่นครสวรรค์อ่ะอีก 2-3 ชั่วโมงก็ถึง กรุงเทพฯก็ถึงบ้านทุ่มสทุงเงี้ยพี่ก็เดิน ทางของพี่แบบนี้ตลอดเวลาที่บอกว่าปีกว่า ขับรถไปแสนกว่ากโลจนแบบหลังเหลืองพังหมด อ่ะค่ะเหรอจนพี่เข้าใจระบบทั้งหมดอะไร ทั้งหมดแล้วมีักให้ขายแล้วอะไรแล้วขึ้นมา พี่ถึงเซตทีมขายขึ้้นมาใหใหม่ละพอเซตทีม ขายใหม่ก็สอนวิธีในการทำเรื่องตรงนี้ขึ้น มาเนี่ยพอเซตทีมขายเรียบร้อยเนี่ยมันก็มา เนี่ยอ่าจังหวะทำไปถึงจุดนึงขึ้นมาใช่ มั้ยก็มีของเด็กเล่นอีกคนเลเพตอนนั้นพี่ มีลูกแล้วพอมีลูกเสร็จแล้วพี่ก็มานั่งรู้ ว่าของเด็กเล่นในเมืองไทยเนี่ยส่วนมากมัน ไม่ได้ Quality หรือเก Import เข้ามาก็จะ แพงมากที่เป็นของเลพลาสติกไอจุดเริ่มต้น พี่ก็คิดว่าทำไมคนไทยต้องเล่นของแพงๆแบบ นี้พี่ก็คิดทำให้ลูกเล่นก่อนออ่าพี่ก็ทำ ให้ลูกพี่เล่นก่อนอย่างเช่นอไอ้ตัวโยกแยก เงี้ยโยกแยกเหมนก่อนมันก็มี 2 ที่นั่งพี่ บอกแล้วพี่มีลูกคนเดียว 2 ที่นั่งแล้วถึง พี่ต้องตื้อเด็กข้างบ้านเลพี่ลูกพี่พี่ก็ ทำเป็น 3 ที่นั่งสิเอเพราะลูกพี่ชอบชอบ ไดโนเสาร์พี่ทำเป็นรูปไดโนเสาร์เป็น Little fr อ่ะถ้าเถทานลูกจะชอบ Little Food มากเลยตรงกลางทำ 3 ที่นั่งเล่นดีกู ก็เล่น 1 ที่ 2 คนก็เล่น 2 ที่ 3 คนก็ เล่น 3 ที่ได้โอมันกลายเป็นักที่ขายดีทำ ชุดห้องเรียนชุดอันนี้ก็ทำขึ้นมาให้ลูก เล่นสุดท้ายก็ขายเป็นดักได้อะไรได้บริจาค อีกยังเคยบริจาคสมเด็จพระเทพเลยท่านก็ บริจาคต่ออีกต้นทุนก็ตกลงมาแบบนี้ขึ้นมาก ไอ้คนที่ imp เข้าจากจีนจากอะไรก็กลาย เป็นมาซื้อของพี่แทนอย่าเงี้ยนี้พี่ก็ถาม พี่อย่างเงี้ยจนถึงจุดนึงเอกชนเริ่มกลับ มาเอกชนเริ่มกลับมาพี่ก็มานั่งจับเอกชน ต่อไอ้ตลาดพาเลสพลาสติกก็เริ่มบูมกลับมา ไปวิ่งในการบินไทยก็ใช้เรื่องแบบนี้ขึ้น มาเนี่ยจุดที่ทำให้เห็นว่าไอตัวแฮมันก็ เลยเกิดมาเกิด Who ขึ้นมานั่นแหละค่ะช่วง ที่พีคของตอนนั้น W แล้วไอ้เทรนที่ทำให้ พี่จูนใหญ่ขนาดเนี้ยตอนนั้นเห็นอะไพี่ เข้าตลาดปี 2012 ใช่มั้ยคะตอนนั้น maret แพ 700 ล้านพอ 2013 เนี่ยตอนนั้นเนี่ยเรา เริ่มไปต่างประเทศถือว่าลูกค้าพี่ส่วนมาก เป็นตอนนั้นลูกค้าพี่ 100% ต่างชาติหมด เป็น Global contract เก็ชวนพี่ไปต่าง ประเทศรอบๆด้านเราละพอเลยไปต่างประเทศ เสร็จแล้วก็ดูแล้วเออประธานต่างประเทศ เนี่ยยังไม่พร้อมไอ้ที่เราทำเพราะที่เรา ทำมัน Advance เกินไปพี่ถึงมองธุรกิจอีก อันนึ่งคือกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมพี่บอกว่า เออนิคมอุตสาหกรรมนี่น่าสนใจมากเลยมันจะ เป็นพื้นฐาน infrastructure ของการพัฒนา Industry ทั้งหมดได้เลยขึ้นมาพี่ดูตั้ง แต่กลุ่มที่สำคัญพี่หัวมองหัวใจของ Industry NS คือหัวใจคือลูกค้าอืลูกค้า นี่ใหญ่มากลูกค้าเป็นระดับ Global ขึ้นมา แล้วพี่ก็มองเห็นว่าโอในนั้นเนี่ยมันมี สามารถสร้าง business บนสิ่งที่ลูกค้าที่ มีอยู่ได้เยอะมากเลยนิสัยเดิมเลยคือมัน ใหญ่กว่าพี่อีกและใช่มั้ยฮะเพราะว่านนี่ คมอุตสาหกรรมมันต้องหลักหลายหมื่นล้านใช่ พี่ตอนนั้น 6,000 บาอ่า 6 6,000 บในปี 2012 พอ 2013 maret แปพี่ขึ้นมาเป็น หมื่นกว่าล้านละหมื่นกว่าล้านแล้วแต่ก็ เยังตัวเล็กกว่ายังเล็กกว่าตอนนั้นน่ะค่ะ market cap ของนิคมส่วนมากใหญ่ๆใหญ่ที่ สุดก็ 30,000 ล้าน 30,000 กว่าล้านถ้า เกิดพี่จะทำนิคมเหมือนพี่ทำโลจิสติกส์ ต้องใช้แปั้นอยู่ตั้งนานเห็นมั้ยพี่เกิดไ พิเชในตอน 2003 กว่าพี่จะเข้าตลาดได้คือ 2012 ก็ต้องใช้เวลาในการสร้างกันปั้น ขึ้นมาเราเลยบอกว่าสิ่งที่มัน Short Cut ได้คือพี่บอก Take อเวเลยอืแล้วพี่พูดใน บอร์ดในปี 2013 เลยนะคะว่าพี่บอกว่า เดี๋ยวพี่จะ Take โอเวอบริษัตนี้พี่เนม ชื่อเลยนะคะก็คือเหมราชนี่แหละบอร์ดพี่ก็ อ้าปากค้างใหญ่กว่าเรา 3-4 เท่าพอ 2013 พี่พูดเสร็จ 2015 ตอนนั้นมาเก็บแคปพี่ ขึ้นมา 30 หมื่กว่าล้านแล้วนะคะเรียกว่า สูสีแล้วแต่ว่าสเกลของบริษัทจริงๆเนี่ย ของเขาใหญ่กว่าแต่ของพี่ขึ้นมาได้เพราะ ว่าเอ่อ PE ของพี่สูงกว่าเพราะว่าเพราทาง ด้านตัวบิที่พี่ทำคือโกสสูงมากอ roe roa สูงมากเลยไเนตไอตไอทางด้านตัว Net profit ก็สูงมากเลยเลยได้ PE สูงมากคุณเช่มั้ย PE พี่เคยขึ้นไป 100 กว่าเท่าอ่ะอืพี่ก็เลย เยแล้วถึงเวลาปุ๊บตอนนั้น market cap พี่ 30,000 กว่าล้านแล้วพี่ประกาศเรื่อง การเช็คอยู่เนี่ยพี่ซื้อด้วยกัน 43,000 ล้านขึ้นมาตอนประมาณเดือนมีนาคม 2015 ก็ เป็นที่ฮือฮากันมากคนก็โอ้โหคิดว่าเป็น ปลาเล็กเทคปลาใหญ่อะไรงี้บอกว่าไม่หรอก market C ใกล้เคียงกันที่ี่ว่าเป็นปลา เร็วมากกว่าพี่อนปลาเร็วมากกว่าพี่ก็เทค เสร็จแล้วพี่ก็สปินออกเป็นกีบ 4 กุธุรกิจ ทันทีอืซึ่งปัจจุบันก็เก็แล้วแต่สภาพตลาด ก็อยู่ประมาณแสนล้านพพิจุนี่นับจริงๆคือ ปี 2535 นี่คือประมาณสัก 30 ปีใช่มั้ยของ พิชก็คือปีนี้เป็นเข้า 21 ปีแล้วปีนี้เข 2 ถอยไปตอน 1 ล้านเลยนะประมาณสัก 30 อถ 1 ล้านคือ 31 ใช่เพราะผมเคยเห็นลูกพี่จูน กับลูกตอนเด็กๆตอนอยู่อยู่ห้องแถว ทาวน์เฮ้าเลยด้วยซ้ำนี่คือภายใน 1 ครึ่ง ชั่วอายุคนใช่มั้ฮะทีนี้พี่จูนก็ตอนนี้ อยู่ใน Position ที่เห็นมากกว่าคนอื่น เยอะมากเพราะว่าพี่จูนเห็นนักลงทุนใช่มั้ ครับตอนเนี้ยถ้าเราเห็นว่าพี่จูเป็นแม่ หมอจับเทรนถูกมา 5 เทรนแล้วเนี่ยตอนนี้ พี่จุนเห็นเทรนอะไรบ้างฮะพี่พยายามพูดให้ หลายๆคนฟังเพราะว่าพี่นี่เรื่องสำคัญมาก คือการเปลี่ยนถ่าย ecosystem เปลี่ยนถ่าย Industry มันเกิด New economy อนะคะพี่ เห็นเทรนดตรงนี้มาหลายปีแล้วนะคะเพราะว่า อะไรคะพี่ชอบมองเทรนด์ใหญ่เสมอที่พี่พูด เสมอเมื่อก่อนพี่มอง 3 เทรนด์นะคือ geopolitics Technology แล้วก็ทางด้าน ตัวไ Change sustainability แล้วพี่เอา เรื่องนี้มาวางเป็นสายชของชทั้งหมดเลยคุณ โจ้ต้องเข้าใจว่าพี่อ่ะเค้าเรียกว่าไงนะ ลูกค้าพี่คือระดับ Global ใชตนที่ี่ทำลูก พี่พี่บอกลูกน้องพี่ว่าพวกคุณโชคดีแค่ไหน เพราะตอนที่มาติดต่อเริ่มต้นเป็น ce จะ มาวงานเองอะไรเองขึ้นมาพวกคุณโชคดีแค่ไหน ที่คุณอายุ 20 กว่าคุณได้เจอ CEO ระดับ โลกแบบนี้อหรือตอนที่พี่ไปโรดโชวที่เตัด พี่ไปโรโชวพี่ไปทั่วโลกพี่ก็ได้มีการแลก เปลี่ยนพี่เป็นคนที่ชอบถามมากพี่ชอบแลก เปลี่ยนมากพี่เป็นรถชว์ต่างๆขึ้นมาเก็ถาม เราถูกมคะพอเขาถามเราเสร็จปุ๊บเราถาม เสร็จปุ๊บตอนหลังพี่บคุณโอเคยังถ้าคุณถาม พี่จบแล้วพี่ขอถามคุณบ้างแล้วก็ถามกลับ แบบนี้ตลอดเวลาเวลาพี่เจอพี่ก็เปลี่ยนแลก เปลี่ยนความคิดกับ CEO ทั่วโลกขึ้นมา เพราะทำนิคมก็ยิ่งกว้างขึ้นแล้วพี่เป็นคน อ่านหนังสือพี่ตามเทรนด์กับมันตลอดเวลา ว่าเทรน์มันคือเปลี่ยนแปลงอะไรอย่างเช่น ที่บอกว่าของเมืองไทยพี่เห็นการเปลี่ยน ถ่ายอยู่แล้วว่ามันต้องเอา ecosystem ที่ เรามีมเรื่องรถมันต้องเปลี่ยนแจาก Ice ไป ทางด้านตัว EV แล้วเดี๋ยวถัดไปนะคือ ไฮโดรเจนไฮเจนมันเป็นเซิไฮโดรเจนมาตอนนี้ ยังไม่ได้หรอกเพราะว่าคอสมันยังไม่ได้แต่ เดี๋ยวมันแตามมาพี่เห็นการเปลี่ยนถ่าย เรื่องพลังงานจากเมื่อก่อนที่เป็นฟอสซิล พี่บอกแล้วว่าเป็น ly พี่ถึงเน้นแต่ เรื่องวอย่างเดียวแล้วพูดเรื่องโซล่า เครื่องบินแต่เดี๋ยวพี่บอกคุณนะเดี๋ยวต่อ ไปมันคือ smr คือ Small reactor เห็น มั้ยคะเนทางด้านตัวออโตโมบิลเปลี่ยนเทรน ทางด้านพลังงานเปลี่ยนเเรื่องความัต่างๆ เปลี่ยนนะ behav ของคนการ consume มัน เปลี่ยนเมื่อก่อนเราหลายปีก่อนเราก็ฮือฮา มากเรื่องทางด้านตัว blockchain พอ blockchain แทนที่คุณจะเข้าใจเรื่อง blockchain ไป study ลึกซึ้งว่า blockchain ใช้อะไรกลับไปคิดแต่เรื่อง crypto crypto มันคือ res ของการใช้ blockchain แต่ blockchain มันใช้ได้ เยอะมากพี่เอา blockchain นี้มาใช้ในการ เทรดพลังงานมันมีความคิดหลายอย่างมากตอน นี้คนก็พูดเรื่องดิจิตอทุกเรือง A I AI AI มาหลายปีมากในเรื่องนี้ขึ้นมา AI ยัง ไปอีกหลายปีแต่พี่บอกต่อเลยนะแต่ต่อไปคือ เรื่องของคัมพี่ก็ส้าเรียกคนัมมาตั้งหลาย ปีแล้วเหมือนกันมันคือโลกในอนาคมันจะ เปลี่ยนเร็วมากมีเรื่องนึงที่พี่สนใจมาก พี่สนใจทางด้าน singularity ตามทางด้าน ตัวทฤษฎีมันบอกว่าในปี 2045 มันจะถึงทาง ด้าน singularity World singularity World ก็คือว่าเป็นปีที่สมองของ คอมพิวเตอร์เก่งกว่าคนแล้วจะเก่งกว่าคน หรือฉคนทั้งโลกคนทั้งโลกเมื่อเดือนที่ แล้วพี่อ่านของเ่ออีนมาสกเบอกว่าในปี 2030 a จะฉลาดกว่ามนุษย์ละอ่าเฮ้ย singularity มันจะเร็วขึ้นมา 15 ปีหรือเปล่ากี้ก็ชอบอ มากนะเค้าพูดเลยพี่ว่าเราต้องฟังอ่ะใช่ มั้ยเออเฮ้ยเนี่ยเห็นมั้ยมันเร็วขึ้นทุก อย่างมันเร็วขึ้นมากในปี 2018 พี่บอกว่า ในปี 2020 มันจะเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่าง รุนแรงมากคือไอ้การเติบโตแบบนี้มันเติบโต อย่าง exponential ไอ้้ปี 2020 มันคือจุด ตัดของเทคโนโลยีที่เ study มาตลอดมันถึง จุดตัดที่มันจะเป็นเโตโตขึ้นแบบนี้ขึ้นมา เห็นมั้ยคะถ้าเกิดพี่โจ้ย้อนอดีตไปได้ 3-4 ปี 45 ปีเนี่ย 2020 เราตื่นเต้นกับมัน เกือบทุกวันเลยนั่นคือจุดตัดของการ เปลี่ยนเคฟมันขึ้นชันขึ้นแบบนี้อ่ะแล้ว ตอนนี้มันกลายว่าพี่มอง 2045 เฮ้ยมันกลาย เป็น 2030 หรือเปล่างั้นไอ้สิ่งที่พี่พี่ คิดมันต้องเร็วขึ้นตอนที่พี่คิดเรื่อง โซลารพี่คิดทางด้านเร Trade Energy คิด เรื่อง Smart Grid คิดเรื่อง Storage การบอกว่าการใช้เรื่อง Storage มามาใช้ ทางด้านตัวเรื่องโซลารเพื่อให้มันจ่ายไฟ ที่ 24 ชมตอนนั้นลูกน้องพี่บอกโอ้โหอีก 8 ปี 10 ปีถึงมันจะเกิดพี่บอกพี่ Short Cut ให้มันเร็วขึ้นนี่กพี่คิดเร็วขึ้นแล้วนะ คุณมาดูตรงนี้สินมาเรื่อง AI ที่มันเกิด ขึ้น Data Center พื้นฐานมันก็เปลี่ยนไป เราบอก Data Center ที่มันเคยมีกันคือ เป็น fal ของทางด้านตัว clow ต่างๆแต่ตอน นี้ de Center เราเปลี่ยนใหม่ะเป็น Hyper scale Data Center consumption ของ ของทางด้านน้ำพลังงามโตมันมากกว่าเดิม 10 เท่ามันคือเกิดการสีดที่มันเร็วขึ้น …
